เด็กที่ลงไปดิ้นกับพื้นในคาบแรก วันนี้รักดนตรีแล้ว

เคยมีเด็กที่มาเรียนแล้วปรับตัวไม่ได้เลย กรีดร้อง ลงไปดิ้นกับพื้นจนไม่มีสติ ถ้าเป็นพ่อแม่ยืนดูอยู่หน้าห้องคงใจหายวาบ แล้วในหัวก็คงมีคำถามเดียว "ลูกเราไม่เหมาะกับดนตรีหรือเปล่า"
ตอนนั้นครูไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เด็กเล็กเจอห้องใหม่ ครูใหม่ เสียงดนตรีดังๆ ที่ไม่คุ้น สำหรับผู้ใหญ่อาจเป็นแค่คาบเรียนหนึ่งชั่วโมง แต่สำหรับเขามันคือโลกใหม่ทั้งใบ บางคนรับมือได้ บางคนรับมือไม่ไหว แล้วร่างกายก็ระเบิดออกมาแบบที่เราเห็น
เด็กบางคนแค่ต้องการเวลามากกว่าคนอื่น
นักจิตวิทยาเด็กสองคนชื่อ Thomas กับ Chess ศึกษาพื้นอารมณ์ของเด็กไว้นานแล้ว และพบว่าเด็กราว 15% เป็นกลุ่มที่ปรับตัวช้า (slow to warm up) เด็กกลุ่มนี้มักถอยออกมาเวลาเจอคนใหม่หรือสถานการณ์ใหม่ แต่ถ้าได้เจอซ้ำๆ เขาจะค่อยๆ ยอมรับได้เอง แปลว่าเด็กที่ร้องไห้หนักในคาบแรก ไม่ได้บอกอะไรเลยว่าคาบที่สิบเขาจะเป็นยังไง
ครูเริ่มจากสิ่งที่เขาทำได้
ครูดูว่าวันนั้นเขาทำอะไรได้บ้าง แล้วเริ่มจากตรงนั้น ถ้าวันนี้เขานั่งได้นานกว่าครั้งก่อนนิดเดียว ครูก็ชม ถ้ากดโน้ตผิดแต่ใช้นิ้วถูก ครูก็ชม บางวันสิ่งที่ชมได้มีแค่ "วันนี้เดินเข้าห้องมาเองนะ" ก็ชมไปเถอะ เด็กที่ได้ยินว่าตัวเองทำอะไรได้ดีบ้างทุกคาบ จะค่อยๆ อยากกลับมาเอง
เรามองจากความสามารถของเค้าเป็นตัวเริ่มต้น เล่นไม่ได้ แต่ต้องมีอะไรดี พยายามมากๆ หรือวันนี้นั่งได้นานขึ้น
ครูหมี
เด็กคนนั้นตอนนี้รักดนตรีแล้ว และเล่นได้ดีขึ้นมาก จากเด็กที่เคยลงไปนอนดิ้นกับพื้น วันนี้กลายเป็นเด็กที่นั่งเล่นเพลงให้ครูฟังได้ (ส่วนพื้นห้องเรียนก็ได้พักผ่อนบ้างแล้ว)
สิ่งที่ผู้ปกครองกลับมาเล่า
เรื่องที่ทำให้ครูดีใจมากคือ ผู้ปกครองมาเล่าว่าน้องมีสมาธิเพิ่มขึ้น และเห็นผลกับเรื่องรอบตัวจริงๆ นอกจากตอนเล่นดนตรี ครูคิดว่าพอเด็กได้ฝึกอยู่กับอะไรสักอย่างนานๆ จนทำได้ เขาก็เอานิสัยแบบนั้นไปใช้กับเรื่องอื่นด้วย
ครูไม่กล้าบอกว่าดนตรีเป็นยาวิเศษที่เปลี่ยนเด็กทุกคนได้ แต่สิ่งที่เกิดกับเด็กคนนี้ เกิดขึ้นจริง และพ่อแม่เขาเห็นเอง
ถ้าลูกอาละวาดที่บ้าน ทำยังไงดี
คำแนะนำของกุมารแพทย์ที่ MedlinePlus รวบรวมไว้มีหลายข้อที่ครูเห็นด้วยและใช้ได้จริง
- ตั้งสติให้ได้ก่อน การตะโกนหรือตีมีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลง บรรยากาศที่เงียบสงบช่วยให้เด็กกลับมาเร็วขึ้น ทั้งที่ไม่ต้องยอมตามทุกอย่าง
- ดูแลเรื่องกินกับนอนให้เป็นเวลา เด็กที่หิวหรือง่วงระเบิดง่ายกว่าปกติ (ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน ยอมรับมาเถอะ)
- ให้เด็กได้เลือกเองในเรื่องเล็กๆ เช่น ใส่เสื้อตัวไหน อ่านนิทานเล่มไหน เด็กที่รู้สึกว่าได้ตัดสินใจเองบ้าง จะยอมทำตามกติกาง่ายขึ้นเวลาที่ต้องทำจริงๆ
แต่ถ้าลูกอายุเกิน 5 ขวบแล้วยังอาละวาดบ่อยหรือหนักขึ้น ทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ฝันร้าย ปวดหัว ปวดท้องบ่อย กลัวแยกจากพ่อแม่มาก ควรพาไปปรึกษาแพทย์ อันนี้เกินกว่าที่ครูดนตรีจะช่วยได้คนเดียวแล้ว
ถ้าลูกกำลังเป็นแบบนี้ในห้องเรียน
อย่าเพิ่งตัดสินจากสองสามครั้งแรก ระหว่างนี้ครูจะส่งบันทึกหลังเลิกเรียนทุกคาบ พ่อแม่จะเห็นเองว่าแต่ละสัปดาห์ลูกขยับไปตรงไหน วันนี้อยู่ได้สิบนาที สัปดาห์หน้าอาจเป็นสิบห้า ฟังดูน้อย แต่สำหรับเด็กบางคนนั่นคือก้าวที่ใหญ่มาก ถ้ากังวลอะไรก็ทักมาคุยกับครูได้ตลอด
อ่านต่อ: เรียนดนตรีแล้วสมองลูกเปลี่ยนจริงไหม
อยากให้ลูกได้ลองเรียนดูไหม
ทักมาคุยกับเราได้เลย เดี๋ยวจัดวันทดลองเรียนฟรีให้ ไม่มีข้อผูกมัด
ทักไลน์นัดทดลองเรียนฟรี